Wednesday, March 12, 2014

Lecture 7: Infographics of Interaction Design and User Experience Design.


Interactive Design
      คือ การที่เราใช้ความรู้หลายด้านด้วยกันเข้ามาช่วงในเรื่องของการออกแบบและมองภาพรวมในการตัดสินใจออกแบบสิ่งต่างๆโดยใช้ความรู้หลายด้านเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็น HCL(Human Computer Interactive) UX(User experience) 

User centered design: การจะออกแบบการทำงานและชิ้นงานนั้นต้องคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นสำคัญอยู่แล้วเพราะว่าผู้ใช้งานก็คือคนที่จะตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่ใช้ชิ้นงานนั้นๆ "จากประสบการณ์จริงเหมือนกับงานหนึ่งๆของฉันที่จะต้องทำการสำรวจก่อนการทำเสมอว่าคนให้ความสนใจที่จะใช้หรือไม่ เพราะแค่เราสำรวจเราได้อะไรเยอะมากมายจากการสำรวจเพราะสิ่งที่ได้ข้อเสนอจะมาจากหลากหลายความเห็ยของคนบนสังคมทั้งอายุและหน้าที่การงานทำให้สิ่งที่ได้มานั้นมีความแปลกใหม่และอาจจะเป็นจุดที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้"
`
Discovery ค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
   Competitor การเปรียบเทียบมาปรับแนวคิดว่าเราทำแบบนี้หรือแบบไหนแตกต่างและดีกว่ายังไง
   Audience คนที่เราสำรวจหละเขาเป็นใคร คนดู, ผู้ใช้งาน, ผู้เข้าชม
   Scenarios คนสนใจงานด้านไหนไม่ว่าจะเป็น เล่นไรได้ การโต้ตอบที่เราสามารถใช้งานได้
   Content เราต้องตอบได้ว่าสิ่งที่เราจะทำนั้น มันเกี่ยวกับอะไร รายละเอียดของแต่ละสถานที่ เช่น TK park หนังสือ ,สสส
Concept การที่คนจะมองภาพรวมของงานออกมาได้ตรงกันนั้นขึ้นอยู่กับ Concept ว่าแสดงออกมาให้สื่อได้มากน้อยแค่ไหน
   Process flow ขั้นตอนการดำเนินงาน
   Site map ใช้อินเตอร์เน็ตเว็บเบราว์เซอร์เข้ามาอธิบายรายละเอียด
   Wire frames ออกแบบหน้าตา หรือรูปแบบงานโดยเขียนแบบที่เป็นสีขาวดำ บอกเฉยๆว่าหน้าตาของสิ่งนั้นๆเป็นยังไง
   Design ออกแบบชิ้นงานนั้นๆ
Prototyping&user testing ทำลองชิ้นงานก่อนใช้จริง
   Prototyping แบบจำลอง
   User testing ให้ผู้ใช้งานลองใช้งานจริง
   Review ร่วมแสดงความคิดเห็นหลังจากใช้งาน
   Approve พัฒนาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด


Player center design: เป็นการมองภาพรวมล่วงหน้าใช้กับการออกแบบเกมเป็นส่วนใหญ่จะต้องมองว่าจะออกแบบเกมอะไรแล้วจะเล่นกับมันยังไง ใช้ท่ทางอะไรในการเล่น ซึ่งก็เหมาะกับการออกแบบ Interactive เหมือนกับเพราะเราต้องมองภาพรวมก่อนว่าจะออกแบบให้โต้ตอบกันด้วยวิธีใด


Mission management: การออกแบบให้มีภารกิจที่ต้องทำ
Motivation monitor: นำสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจแรงจูงใจมานำเสนอให้ผู้ใช้งานได้เห็นและสนุกไปกับมัน
Mechanics measure: ออกแบบชิ้นงานให้ถูกต้องตามกฏหมายกำหนดและลองรับการใช้งานให้เหมาะกับผู้ใช้งานมากที่สุด


Interaction design เพราะการ Interactive กับสิ่งของต่างๆมีวิธีทำและวิธีคิดมากมาย ก่อนที่จะออกแบบเราควรรู้ก่อนว่าเราต้องการออกแบบสิ่งๆนั้นมานั้นคนชอบหรือไม่และถ้าออกแบบมามันตรงตามงบประมาณที่มีอยู่หรือไม่จึงต้องมองความเหมาะสมในหลายๆด้าน

Desirability: ความพอใจที่จะเลือกทำในแบบต่างๆ อาจจะมาจากความชอบส่วนตน
Viability: ความสามารถแบบไหนที่พอจะเป็นไปได้ตามงบประมาณที่มีอยู่
Feasibility: เทคนิคและการจัดการที่สามารถทำให้มันเป็นไปได้

Secure interaction design



          ความปลอดภัยของผู้ใช้งานนั้นเป็นเรื่องหนึ่งเลยที่เราควรให้ความสำคัญกับมันเพราะว่าถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นมาจะสร้างความเสียหายที่อาจจะคาดไม่ถึงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานพวก Hardware ที่จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยยิ่งกว่างานพวก Software


        เนื่องจากเป็น LECTURE ครั้งนี้ที่ได้จากการเรียนนอกสถานที่ ที่ TK PARK ดังนั้นจึงมีเกร็ดความรู้  เกี่ยวกับห้องสมุดที่น่าสนใจมาแนะนำกันจ้ามาเริ่มที่ที่แรกกันดีกว่า

ห้องสมุดที่เบอรีน (humboldt jacob-und-wilhelm-grimm-zentrum) : เป็นห้องสมุดที่แลดูแปลกตาจ๊ะ มีการออกแบบสถานที่ที่ใช้อ่านที่ดูแปลกตาโดยสิ้นเชิงกันการออกแบบสถานที่อ่านหนังสือหรือห้องสมุดทั่วๆไปนั้นเอง ซึ่งเป็นการแหวกแนวไปในทางที่ดีเพราะขนาดแค่เห็นเพียงภาพยังรู้สึกตื่นเต้นไปกับภาพที่เห็นและอยากจะลองไปอ่านหนังสือที่นั้นซักครั้งเลยค่ะ




ห้องสมุดไวม่าเมืองเกอเต้ (Weimar, Duchess Anna Amalia Library) :มีหนังสืออยู่สองหมวดที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานได้คือ หมวดหนังสือเก่ากับหมวดหนังสือใหม่ ทั่วๆไปจ้า ซึ่งที่นี้ดีอย่างค่ะพอเป็นส่วนของหนังสือเก่าโบราณก็จะมีการออกแบบสถานที่จัดเก็บให้สอดค้ลองกัน ซึ่งจะต่างโดยสิ้นเชิงกับสถานที่ที่ใช้จัดเก็บหนังสือในหมวดทั่วๆไปจ๊ะ สังเกตุได้จากภาพทางด้านล่างเลยนะ แล้วจะเกิดความคิดเดียวกันที่ว่าบรรยายกาศของสถานที่อ่านหนังสือเนี่ยมันมีส่วนกับการอ่านหนังสือจริงๆนะ ;)) 
หมวดหนังสือเก่า


หมวดหนังสือใหม่หรือหนังสือทั่วๆไป



Outside 3: TK Park


        วันนี้มีโอกาสได้มาเรียนที่ TK PARK ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆค่ะหาไม่ได้ง่ายๆ เลยถือโอกาสขอสำรวจให้ทั่ว TK PARK ซะหน่อยฮาๆ ทางมาก็ง่ายๆค่ะก็แค่มาที่ Central world แล้วขึ้นมาที่ชั้นบนสุดค่ะก็จะเป็นทางเข้า TK PARK แบบภาพข้างล่างค่ะ


           ใช่แล้วท่าเราเคยมาที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ยากเลยค่ะเราสามารถดูส่วนต่างๆทั้งหมดของที่นี่ได้จาก floor plan และสามารถหยิบข้อมูลเอกสารต่างๆได้ฟรีค่ะจะมีตั้งไว้ให้ลองรับผู้ที่สนใจ แต่วันนี้เรามาอย่างคนพิเศษจ้าสามารถเข้าชมฟรีได้บัตรแบบ ONE DAY PASS ด้วยหละแล้วก็มีเอกสารแจกฟรี สมุดแจกฟรีอีกมากมายเรียกได้ว่าเป็นการมาที่เกินคุ้มจ้า

          เมื่อแวะมาถึงทั้งทีก็ขอถ่ายกับจุดยอดฮิตของที่นี่นิดหนึ่งนะค่ะ เป็นความคิดสร้างสรรค์มากๆจ้าที่ออกแบบเก้าอี้ที่นั้งได้สอดคล้อง น่ารักแล้วก็สวยด้วยจ้า เป็นมุมที่ชอบมากๆ


         ถ้าทุกคนยังงงๆอยู่ว่าที่ TK PARK มันคืออะไรก็ต้องบอกเลยว่าที่นี่เขาเป็นเหมือนห้องสมุดและห้องนั้งเล่นรวมไปถึงเป็นสถานที่นัทนาการต่างๆให้กับผู้ที่มีใจรักอ่านหนังสือหรือผู้ที่สนใจหามุมสบายๆ สงบๆ ให้กับตนเอง ซึ่งมีมุมต่างๆให้ใช้สอยมากมาย




          มุมสำหรับใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีโปรแกรมลองรับเพื่อเสริมสร้างทักษะให้กับเด็กๆที่สนใจ


          มุมหนังสือของเด็ก มุมนี้น่ารักมากๆ ส่วนตัวชอบมุมนี้ค่ะเป็นมุมที่น่ารักๆสำหรับเด็กมีการออกแบบที่จะลองรักการใช้งานของเด็ก ถือว่าเข้าใจวิศํลของเด็กจึงออกแบบที่นั้งอ่านหนังสือได้ลงตัวและน่าสนใจแบบนี้


           และส่วนสุดท้ายที่เปิดให้บริการนั้นก็คือส่วนนี้ค่ะ ส่วนที่พวกเรามาใช้ในการเรียนการสอนวันนี้นั้นเองโดยปกติห้องดังกล่าวจะมีเวลาในการฉายหนังบอกไว้เป็นรอบๆ เป็นเหมือนห้องโสตที่ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมและรับฟังได้ตามเวลาที่กำหนดค่ะ 



          ถ้าถามว่าที่นี้ใช้นวัตกรรมอะไรที่เกี่ยวข้องกับความทันสมัยกับเทคโนโลยีนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นหัวใจหลักของสถานที่นี้เลยก็ว่าได้นั้นก็คือบริการ ยืม-คืน ค่ะ เพราะว่าที่นี้เป็นห้องสมุดแล้วนั้นก็ต้องเป็นธรรมดาที่จะมีการ ยืม-คืน หนังสือ แต่ที่นี่เลือกวิธีการ ยืม-คืน ที่น่าสนใจมากกว่าคือ ใช้ระบบยืมคืนอัตโนมัติ



Wednesday, March 5, 2014

Lecture 6: สรุปหัวข้อโปรเจ็ค

        สัปดาห์นี้ไม่มีการเรียนการสอนแต่ให้แต่ละกลุ่มออกมาแสดงข้อมูล ไอเดียความคิดเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ที่ได้ไปทำการศึกษามาและอยากจะทำกลุ่มของพวกเราเสนอให้มีการทำสิ่งประดิษฐ์ที่ประยุกต์จากแหล่งข้อมูลคลิปวิดีโอดังนี้



        โดยแนวทางที่เราอยากจะทำสิ่งประดิษฐ์ออกมานั้นเราเน้นการใช้สิ่งประดิษฐ์ให้มีประโยชน์คือเมื่อเล่นสิ่งนี้คุณจะได้ความสุขสนุกกับสิ่งดังกล่าวแล้วยังได้เรื่องสุขภาพมาโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย คือเราต้องการออกแบบให้สิ่งประดิษฐ์ของเรานั้นใช้หลอด LED ในการทำซึ่งเราจะออกดแบบให้เมื่อคนทำแอคชั่นเต้ยหรืออะไรก็ตามตามเสียงเพลงจะทำให้คนสร้างความสุขจากสิ่งดังกล่าวได้
        สุดท้ายก็มาร่วมกันลงความเห็นว่าจากทั้งหมดที่นำเสนอมาพวกเราชอบชิ้นงานไหน อยากจะให้ชิ้นงานนั้นๆ โต้ตอบด้วยอะไร และสุดท้ายถ้าทำชิ้นงานนั้นๆขึ้นมาอยากจะนำชิ้นงานนั้นๆไปจัดแสดงไว้ที่ไหน
        "ส่วนตัวนั้นชอบขวดสเปรย์ที่วาดรูปได้ ส่วนการโต้ตอบเลือกที่จะโต้ตอบด้วยมือเพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนมีทำให้ไม่ลำบากในการใช้งาน และสุดท้ายถ้าประดิษฐ์สิ่งของมาแล้วอยากจะจัดแสดงชิ้นงานที่ใด เลื่อกที่ลานแดงเพราะว่าเป็นใจกลางของมหาวิทยาลัยที่คนทุกภาควิชาจะต้องเดินผ่าน"
      ให้จัดกลุ่ม 5-6 คนเพื่อระดมความคิดว่าจะทำงานแบบไหนออกมากลุ่มของข้าพเจ้าสรุปว่าจะทำงานแนวที่จะ Navigate คนอื่นๆ คือ เป็นชิ้นงานที่จะช่วยบอกทางกับผู้ใช้งานหรือผู้ที่พบเห็น


     ในส่วนนี้ได้สรุปหัวข้อที่แน่นอนใน Blog ต่อๆไป

Saturday, February 22, 2014

Recommend 5: วาติกัน มิวเซียม ที่ยิ่งใหญ่


       วาติกันมิวเซียมเป็นอีกที่หนึ่งนะค่ะที่มีความใหญ่โตมากๆ แต่ว่าความรู้สึกของแต่ละพิพิธภัณฑ์นั้นให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันเลยจริง ที่นี่นั้นมีโซนที่แตกต่างกันมากมายเลย ส่วนใหญ่ที่นี่จะมีรูปปั่นเยอะซะส่วนใหญ่

ห้องโชว์รูปปั่นต่างๆ

รูปปั่นที่เกี่ยวกับทางศาสนา




ห้องพักสบายอารมทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางต้นไม้มากมาย


สิ่งประดิษฐ์ศิลป์

ภาพบรรยากาศขณะเดินชมรอบๆวาติกันมิวเซียม



ห้องโถงที่เหมือนจะลองการประชุมของเหล่าเทพทั้งหลาย


ห้องที่เราเรื่องผ่านทางภาพบนเพดานและพนังห้องและจะมีคำอธิบายภาพต่างๆตรงบอร์ด


          จริงๆความใหญ่โตนั้นมีมากกว่านี้ แต่ว่าไม่มีภาพมาให้ชมกันแต่ก็อย่างที่บอกหนะที่พิพิธภัณฑ์นี้เน้นการจัดโชว์ของเก่าเป็นส่วนใหญ่

Thursday, February 20, 2014

Lecture 5: ICT and Physical Computing in Museum, lesson learned from Museum Siam and IT Musuem

ICT 
ย่อมาจาก Information Communication Technology เป็นการติดต่อสื่อสารกันโดยใช้เทคโนโลยี

Physical computing
การทำให้อุปกรณ์ที่เป็น ฮาร์ดแวร์ เอามาเขียนด้วย ซอฟแวร์ให้ทำงานได้

Tangible-intangible
จับต้องได้-จับต้องไม่ได้

Cognitive(การรับรุ้)
การออกแบบโดยอ้างอิงถึง UDL (กระบวนการเรียนรู้)

Neuro sciences
การพัฒนาหุ่นยนต์ Google ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับหุ่นยนต์ ใครจะรู้ซักวันหนึ่งอาจจะมีการพัฒนาให้มีการหาคู่จากหุ่นยนต์ก็เป็นได้

Tri angle
            รูปข้างต้นนี้ใช้สำหรับ บอกว่าเทคโนโลยีได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแนะนำพิพิธพันธ์เรียบร้อยแล้ว อาจจะเป็นพวก หุฟัง วิดีโอ หรือแม้แต่ Google map ที่สามารถมองเห็น ได้360 องศา และนำพวก augment reality, virtual reality เข้ามาช่วยในการนำเสนอก็เป็นได้ ที่เรามีสิ่งพวกนี้เพราะเราต้องการสอนเรื่องที่มันเข้าใจยากให้เข้าใจได้ง่ายเพื่อจะได้เข้าใจถึงที่มาของสื่งเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น หรือแม้จะไม่ได้มาดูนิทรรศการได้ด้วยตัวเองก็สามารถเข้าชมจาก online website อาจจะเป็นคลิปวิดีโอก็เป็นได้
ตัวอย่าง 

การเรียนรู้มีสองแบบด้วยกันคือ Formal/Informal ดังนี้
Formal : Activity นั้งเรียนในห้อง Affiliation: เรียนกับกลุ่มเพื่อน
Informal: Activity ไปเรียนนอกสถานที่ Affiliation: หาผู้มีประสบการณ์หรือผู้มีความรู้มาสอน

Lifelong learning
          การเรียนรู้ทั้งชีวิต การเรียนรู้ไม่จำเป็นว่าจะต้องจบลงที่ห้องเรียนเสมอไปแต่เราสามารถศึกษาหาความรู้ได้ทั้งชีวิต เช่น การอ่านหนังสือ การท่องเที่ยว หาข้อมูลที่เราไม่รู้เรื่องผ่านทาง google หรือแม้แต่ถามผู้รู้ ดูหนัง โดยที่การกระทำเหล่านี้คือการทำโดยไม่มีใครบังคับ เป็นการทำโดยการสมัครใจที่จะเรียนเองไม่ว่าเหตุผลนั้นจะมาจาก การที่เราสนใจ จากประสพการณ์ หรือจากสิ่งแวดล้อมของบริษัท หรือจากสิ่งที่มีอยู่ไปทั่ว ทั้งชีวิต

Learning in museum
การเรียนรู้ใน พิพิธภัณฑ์มีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างอยู่ที่ว่าเราจะนำเสนออกมาในรูปแบบไหน

Design museum
จะต้องเข้าใจว่ามันคือพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับอะไรก่อน เพราะพิพิธภัณฑ์แต่ละที่มันต่างกัน

Role of the object
เอาสิ่งสำคัญแสดงมันออกมา เอาออกมาอธิบาย ว่ามันคืออะไรจุดสำคัญ และสิ่งเหล่านี้หละมันคือ ความรู้

Relationship museum edurator and learner

          คนนำชมพิพิธภัณฑ์กับผู้ชมก็มีความสัมพันธ์กัน ผู้นำจะต้องมีวิธีการนำเสนอให้เหมาะสมกันอายุ และเพศ ของแต่ละผู้เข้าชม โรงเรียน คือการเรียนรู้คือที่เรียนแต่พิพิธภัณฑ์จะโชว์ถึงอดีตหรือเอาเทคโนโลยีและการเรียนรู้มานำเสนอขณะเดียวกันโรงเรียนจะ Add on curriculum

Learning opportunity
          Dialogue ก็เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ดีในการทำพิพิธภัณฑ์ โดยพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวไม่ใช่การตอบโต้แบบคุยคนเดียวแต่เป็นการนำเสนอโดยการตอบโต้ในวงกว้างคือการตอบโต้กับหลายๆคนได้ในทีเดียว เป็น interactive ดังนั้นพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่จะมีหลายพาสให้คนเลือกเดินโดยจะไม่ได้บังคับผู้เข้าชมให้เดินตามทางแต่จtให้เลือกเดินเองได้

Museum of the future
          เราคาดว่าเกิดจากการที่เรา Exporloration and discover ทำให้มีแรงกระตุ้นในการอยากที่จะทำหรือเรียนรู้สิ่งๆนั้นและสร้างเพื่อนำเสนอมันออกมาให้คนได้ชมกัน

         "การที่เราจะทำให้มิวเซียมมีความน่าสนใจได้นั้นเราจะต้องมีจุดเด่นซึ่งจุดเด่นนั้นมันเกิดมาจากของแปลกใหม่ซึ่งไม่ได้หาชมหรือเล่นได้ในชีวิตประจำวันทั่วๆไป  ICT and Physical Computing in Museum ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งซึ่งจะเป็นการติดต่อสื่อสารของคนกับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ซึ่งเป็นสิ่งที่นิยมด้วยเช่นกันในปัจจุบัน แต่การจะเลือกใช้กับสิ่งไหนนั้นก็สำคัญด้วยเช่นกัน เช่น เราไปเลือกใช้การโต้ตอบสื่อสารดังกล่าวกับพิพิธภัณฑ์ของคนหูหนวก หรือตาบอด มันก็เป็นไปได้ ดังนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรเราก็ต้องดูความเหมาะสม"


Monday, February 17, 2014

Recommend 4: หอเอนปิซ่าและจุดนิทรรศการ


          เมื่อซื้อบัตรเข้าชมหอเอนปิซ่าและตึกรอบๆที่เขาจัดแสดงให้ดูแล้วพวกเราก็มาเริ่มกันที่ที่แรกกันเลย ที่แรกนั้นจะเป็นการเล่าประวัติย้อนหลังของที่มาของหอเอนปิซ่า และนำเครื่องแต่งกายสมันก่อนมาจัดโชว์ให้พวกเราได้ชมกัน และยังมีภาพวาดตามผนังเก่าๆที่ยังคงเหลืออยู่มาโชว์ให้ผู้เข้าชมได้ดู



         ตรงสุดทางเดินของภาพทางข้างล่างเพื่อนๆเห็นไหมว่ามีคนสองคนยืนอยู่ที่สวใเสื้อสีขวาและดำ ขอโทษที่ภาพไม่ชัดเท่าไร่นักเพราะว่าตรงจุดนั้นจะมีจอทีวีและ หูฟังให้กับผู้มาเดิมชมนิทรรศการสามารถฟังเรื่องราวความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ได้

   
             เช๋น เดียวกันหากลองมองภาพทางด้านล่างมองลึกเข้าไปทางด้านซ้ายมือ คุณจะเห็นจอโปรเจ็คเตอร์อันใหญ่ซึ่งจะเราเรื่องราวของภาพบนผนังที่มีการจัดแสดงอยู่ที่นี่


          ส่วนนี่คือภาพผนังที่ได้กล่าวไปในตอนต้น


        ในตำแหน่งต่างๆก็จะมีการจัดแสดงเครื่องแต่งกายให้เราได้ดูเป็นตัวอย่างอีกด้วย



       ภาพบรรยากาศหอเอนปิซ่าจ้า